เปิด 10 เรื่องเข้าใจผิด “โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา”

ข่าวทั่วไป ข่าวประชาสัมพันธ์

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ แจง 10 ข้อ ตอบคำถามสร้างความเข้าใจใหม่โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

หลังจากเกิดเป็นประเด็นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ กับกระแสการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่จังหวัดสงขลา หลังมีการกล่าวอ้างว่า โรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่สะอาด สกปรก และทำให้สภาพแวดล้อมเสีย แต่แท้จริงแล้วเป็นการบิดเบือนความจริงของคนกลุ่มหนึ่ง

โดยเอาข้อมูลของถ่านหินแบบเก่ามาผสมเพื่อระดมความเห็นปลุกระดมให้คนเชื่อ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมดังกล่าว ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงได้ออกมาชี้แจงไขข้อสงสัยในเรื่องดังกล่าว เพื่อผลักดันประเทศให้บ้านเมืองพัฒนาก้าวหน้า ดังนี้

โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา,
โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

1. ถ่านหินสะอาดมีจริงหรือเปล่า? มันไม่มีโลหะหนักปะบนมาจริงหรือ ?

เรื่องเทคโนโลยีภายในโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สะอาด และนิยมใช้กันทั่วโลก ทั้งเยอรมัน มาเลเซีย หรือญี่ปุ่น ซึ่งบดถ่านหินลิกไนต์ พร้อมเผาไหม้จนทำให้เหลือก๊าซออกมาน้อยมาก เนื่องจากมีการใช้หัวเตาแบบลดไนโตรเจน ซึ่งถ้าใช้ถ่านหินคุณภาพดีจากต่างประเทศที่มีสารเจือปนพวกโลหะหนักอย่าง ตะกั่ว สารหนูอยู่ในบริมาณน้อย จึงทำให้เรื่องดังกล่าวคลายกังวลได้ เพราะเมื่อผ่านเทคโนโลยีทันสมัยจะไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพแน่นอน

2. เผาถ่านหินจะไม่มีการปล่อยควันมลพิษ ทั้งที่มองเห็นแล้วมองไม่เห็นใช่หรือไม่ ?

จากในข้อที่หนึ่ง มลพิษถูกกำจัดจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยไม่มีการปล่อยมลพิษหรือสารพิษ เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินใช้หัวเผาชนิดเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนต่ำ มีเครื่องควบคุมก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนแบบเอสซีอาร์ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
ขจัดทั้ง 1. ปรอท โดยมีการใช้ผงถ่านกัมมันต์เป็นตัวดักจับ 2. ฝุ่นละออง ถูกกำจัดโดยการใช้ไฟฟ้าสถิต จึงทำให้มลพิษที่ส่งออกมามีปริมาณน้อยมาก

โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา,

3. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซต์ถูกระบบกำจัดโดยน้ำ จะทำให้สัตว์ทะเลใน สงขลา-ปัตตานี จะมีสารปนเปือนหรือไม่ ?

ปลาในทะเลระแวกนี้ยังมีจำนวนเท่าเดิม กินได้ตามปกติ ไม่ก่อเกิดสารมะเร็งอย่างที่คนบางกลุ่มกล่าวอ้าง เนื่องจากระบบระบายน้ำของโรงไฟฟ้ามีการใช้ระบบหล่อเย็นก่อนระบายเข้าสู่ทะเล จะมีการควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนน้ำอื่นๆ ในโรงไฟฟ้า เช่น น้ำทิ้งจากการอุปโภคบริโภค การปนเปื้อนสารเคมี หรือสารปนเปื้อนน้ำมันจะถูกนำไปบำบัดและถูกนำมาใช้ใหม่โดยไม่มีการระบายสู่ภายนอก

4. ชาวประมงพื้นบ้านระแวกนั้น จะล่มสลายหรือไม่ ?

ชาวประมงบ้านปากบาง หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นบ้านยังคงใช้วิถีชีวิตแบบเดิมได้ เนื่องจากมีการออกแบบสะพานท่าเรือที่ไม่กระทบต่อการเดินเรือ แถมมีการควบคุมมลสารไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ น้ำ ใช้ระบบปิดทุกขั้นตอนตั้งแต่การขนส่งถ่านหิน ทำให้ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลและระบบนิเวศน์

5. ทรายและท้องทะเลจะเป็นสีดำแบบมาบตาพุด ?

ทรายและท้องทะเลที่เป็นสีดำ มีสาเหตุมาจากหลากหลายปัจจัย ขี้เถ้าถ่านหินก็มีส่วนแต่บอกเลยว่าที่นี่ไม่มีทางเกิด เนื่องจากเถ้ารอยพวกนี้จะถูกลำเลียงไปเก็บเพื่อเตรียมขายให้บริษัทเอกชนเพื่อนำไปผสมวัสดุก่อสร้าง ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บที่โรงไฟฟ้าส่วน เถ้าหนักจะถูกลำเลียงผ่านสายพานไปยังบ่อเก็บโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นระบบปิดทั้งหมด ไม่มีการนำไปสู่ภายนอกและท้องทะเลได้

โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา,

6 สะพานท่าเรือขนถ่ายถ่านหินและเขื่อนกั้นน้ำ จะทำให้เกิดการกัดเซาะชายหาดเทพาอย่างรุนแรง ?

สะพานท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินที่อื่นจะมีลักษณะเป็นโครงสร้างโปร่ง มีเสาห่างกันไม่น้อยกว่า 3 เมตร จึงไม่กีดขวางการไหลเวียนของน้ำและการเคลื่อนตัวของตะกอน ซึ่งแตกต่างกันโดยสะพานท่าเรือขนถ่ายถ่านหินที่นี่จะยื่นไปในทะเลถึง 3 กิโลเมตร และเขื่อนกั้นน้ำทะเลเพื่อดูดน้ำทะเลมาหล่อเย็นในโครงการที่ทิ้งหินยื่นไปในทะเลยาว 500 เมตร ซึ่งจะแตกต่างจากของที่อื่น เพราะมีการไหลเวียนของน้ำจึงไม่ทำให้เกิดการกัดเซาะ

7. ป่าชายเลนแห่งคลองตูหยงจะเสื่อมโทรม เนื่องจากตั้งอยู่ข้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ?

การก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพ าไม่ใช้พื้นที่บริเวณป่าชายเชนคลองตูหยง ดังนั้นมันจะไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้การขนส่งถ่านหินยังเป็นระบบปิดทุกขั้นตอนอีก ดังนั้นจึงไม่มีทางที่จะทำให้ป่าชายเลนรอบข้างโรงไฟฟ้าได้รับผลกระทบได้

8. พื้นที่โครงการ ต้องย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่กว่า 100 ครัวเรือน ต้องย้าย 2 มัสยิด 2 กุโบว์(สุสาน) และ 1 โรงเรียนปอเน๊าะ จริงหรือไม่ ?

การย้ายออกคงต้องทำในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งจะมีค่าชดเชยที่เป็นธรรมแก่ราษฏร โดยพื้นที่กุโบว์ตอนนี้ยังเป็นที่อนุรักษ์เหมือนเดิม

9. ความแห้งแล้งและภาวะโลกร้อนจะรุนแรงขึ้น ?

ในส่วนนี้ทางโรงไฟฟ้าเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงในการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งปัจจุบันใช้เทคโนโลยีประเภท ultra-supercritical ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ได้สูงถึง 30% จากระบบเก่า ดังนั้นจึงไม่ส่งผลกับความแห้งแล้งและสภาวะแวดล้อมในพื้นที่

10. ทำไมต้องสร้างที่ภาคใต้ ?

เหตุผลนี้ถ้าจะตอบแบบง่ายๆ นั้น ก็คือ การพัฒนาพื้นที่และจังหวัดชายแดนใต้ ทั้งเรื่องของความเป็นอยู่ การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทำให้ไฟฟ้ามีเพียงพอกับความต้องการ การที่ทำให้สถานที่ระแวกนั้นพัฒนาเฉกเช่นเดียวกับแม่เมาะ ที่ทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระแวกโรงไฟฟ้า นำเอาสินค้าของจังหวัดมาขายเป็น OTOP ซึ่งถ้ามองมันมีแต่พัฒนาโดยไม่กระทบกับธรรมชาติแต่อย่างไร

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com