สธ.ปรับระดับพื้นที่ควบคุมโควิดล่าสุด กำหนด 5 จังหวัดเป็นพื้นที่สีแดง ส่วน จ.สงขลา อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด (สีเหลือง)

ข่าวทั่วไป ข่าวประชาสัมพันธ์

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องการกำหนดพื้นที่ควบคุมโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตามมติของคณะกรรมการด้านวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ โดยเห็นชอบกำหนดปรับระดับพื้นที่ดังนี้

1.พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐมโดยร้านอาหารและสถานบันเทิงเปิดไม่เกิน 21.00 น. นั่งรับประทานอาหารได้ แต่งดดื่มสุราห้ามจำหน่ายจ่ายแจก ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และสถานที่ออกกำลังกายแข่งขันกีฬาเปิดได้ตามปกติ แต่ดำเนินการแบบนิวนอร์มัล เช่น สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง วัดอุณหภูมิ สแกนไทยชนะ จำกัดจำนวนคนเข้าพื้นที่

 2.พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) มี 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชุมพร ตาก ราชบุรี ชลบุรี สุพรรณบุรี นราธิวาส และกาญจนบุรี โดยร้านอาหารและสถานบันเทิงรับประทานอาหารและดื่มสุราได้ไม่เกิน 23.00 น. เล่นดนตรีได้ แต่งดเต้นรำ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และสถานออกกำลังกายเปิดตามปกติ

3.พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด (สีเหลือง) มี 10 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ระนอง ระยอง สงขลา ยะลา และขอนแก่น โดยร้านอาหารและสถานบันเทิงรับประทานอาหารและดื่มสุราได้ไม่เกิน 24.00 น. เล่นดนตรีสดได้ แต่งดเต้นรำ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานออกกำลังกายเปิดตามปกติ และ

4.พื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) คือ 53 จังหวัด ทุกกิจการเปิดตามปกติตามที่กฎหมายควบคุม

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า วันที่ 7 เมษายนจะเสนอ ศบค.ชุดเล็กเพื่อเห็นชอบและบังคับใช้ตามกฎหมายเป็นเวลา 2 สัปดาห์และประเมินสถานการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก หากไม่ทำตามหรือยังไปปาร์ตี้ที่บ้านก็จะทำให้ควบคุมสถานการณ์ยาก โดยขอให้อย่านำตัวเองไปยังจุดเสี่ยง คือ สถานที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก มีความแออัด และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง คือ พบปะพูดคุยโดยไม่ใส่หน้ากาก ดื่มสุรา เป็นต้น

สำหรับมติของคณะกรรมการด้านวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ คือ ให้กรมควบคุมโรคกำหนดพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และวางแผนเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง เน้นสถานบันเทิง ผับบาร์ โดยเฉพาะ กทม.และปริมณฑล

ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะการกลับภูมิลำเนา ขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้ อสม.เคาะประตูบ้านติดตามโดยเฉพาะผู้ทำงานสถานบันเทิงจาก กทม. และปริมณฑลและพิจารณานำวัคซีนมาใช้เพื่อการควบคุมโรคตามคำแนะนำคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร, โรงพยาบาลทุกแห่งซักประวัติคนไข้ต้องสงสัย โดยเฉพาะการไปเที่ยวสถานบันเทิง, ให้สถาบันบำราศนราดูร และสถาบันป้องกันและควบคุมโรคเขตเมืองเปิดบริการตรวจหาเชื้อโควิดทุกวัน

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.hatyaifocus.com/