งานเข้า“หนิง ปณิตา”โพสต์ ตร.จะเอาตังค์

ข่าวทั่วไป

งานเข้า“หนิง ปณิตา”โพสต์ตร.จะเอาตังค์-บก.จร.พบผิด 3 ข้อหา แจงวนดูรอบรถ สะกดยี่ห้อไม่ถูก

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.amarintv.com

จากกรณี หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ นักแสดงสาว ที่เธอนั้นได้เจอเหตุ ถูกตำรวจเรียกเพราะเธอนั้นได้ทำผิดกฎจราจร เนื่องจากไม่คุ้นชินเส้นทาง แต่ตำรวจไม่ยอมปฏิบัติตามหน้าที่ จนเธอระบายผ่าน เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม พร้อมกับรูปยืนคู่กับรถยนต์ ระบุข้อความว่า “ด้วยความไม่รู้ทาง วันนี้ต้องขับรถเองเพื่อเอารถไปเข้าฉาก ขับผิดเลนแล้วหักออก ถูกตำรวจจับ ยอมรับมันคือสิ่งถูกต้องสำหรับการผิดกฏ ประโยคแรกที่พูดกับคุณตำรวจ “เขียนใบสั่งได้เลยค่ะ (อินเนอร์คือผิดยอมรับไม่ได้กวน) แต่ คุณตำรวจทำเป็นถามนั่นนี่เดินวนไปวนมา ถามแม้กระทั่งชื่อยี่ห้อรถ (เออท้ายรถที่เดินวนไปมาก้อมียี่ห้อติด) คือแบบรู้เลย จะเอาตังเพราะคนส่วนมากจะขอช่วยหน่อยน้า เลยพูดไปว่า ขอโทษนะคะที่ทำให้เสียเวลา เขียนใบสั่งมาเถอะค่ะ ทำผิดก้อต้องปฏิบัติตามกฏ ถ้าตำรวจมายกโทษให้เรารับตัง ก้อคงมีคงผิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ สังคมมันถึงได้เห็นแก่ตัวขึ้นทุกวัน พูดแรงไปมั้ยอะ !!! แต่มันคือเรื่องจริง ตำรวจดีๆก้อมีเยอะ แต่คนเกลียดตำรวจมันก้อไม่ต่างกับสุภาษิตไทย #ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง” 

หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว ต้องตรวจสอบก่อนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ใด ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อสอบถามข้อมูลที่แท้จริงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร ทั้งที่ไปที่มาของการเรียกรถของดาราคนดังกล่าวและขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังต้องมีการสอบถามดาราดังกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพื่อให้ความเป็นธรรมกับตำรวจและดาราคนดังกล่าวด้วย ซึ่งต้องวอนไปยังดาราสาวคู่กรณี ขอให้เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและคลี่คลายข้อสงสัยของสังคม หากพบว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ถูกต้องก็ต้องมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญาตามขั้นตอนกฎหมาย แต่หากเป็นขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์แล้ว คงต้องชื่นชมและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยเช่นกัน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร.

ด้าน นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ บอกว่า การโพสต์ลักษณะนี้ เป็นการยืนยันตามความเชื่อของตัวเอง ไม่ใช่ข้อสันนิษฐานหรือการสงสัย และกล่าวอ้างใส่ความตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ไม่ใช่การติชมโดยสุจริต การอ้างว่าตำรวจเดินรอบรถแล้วจะเรียกรับเงิน คือการใส่ความ และมีความผิดชัดเจน ทั้งนี้ หากตำรวจได้รับความเสียหาย สามารถตรวจสอบได้ว่าเหตุเกิดในพื้นที่ สน.ใด ถึงแม้จะไม่เอ่ยชื่อก็ตาม โดยตำรวจยังเอาผิดได้ ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเรียกค่าเสียหายได้ ขึ้นอยู่กับความเสียหายของตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เสียชื่อเสียงและเกียรติยศอย่างไรบ้าง อยากฝากถึงคนชอบโพสต์ว่า โลกออนไลน์เร็วมาก ขอให้คิดไตร่ตรองก่อนโพสต์ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้อื่น เพราะอาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษสูง

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ

ขณะที่ เฟซบุ๊กศูนย์ควบคุมและสั่งการ บก.02 (บก.จร.) ได้เผยแพร่ข้อความระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นปรากฏว่า ก่อนเกิดเหตุ กล่าวคือ วันนี้ 21 ต.ค.62 เวลาประมาณ 07.00 น. ส.ต.ท.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก (รหัส 5513) ผบ.หมู่ งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดี/รังสิต กก.2 บก.จร. ได้ยืนปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่บน ถ.วิภาวดีฯ ขาเข้าทางด้านคู่ขนาน บริเวณพื้นที่ปลอดภัยระหว่าง ถ.วิภาวดีฯ และเส้นเบี่ยงจากทางคู่ขนานที่จะมุ่งไปหน้าทางรัชโยธิน หน้า รร.นานาชาติ เซนสตรีเฟรน์

ต่อมาเวลา ประมาณ 07.14 น. ได้มีรถยนต์ ยี่ห้อ มาเซราติ สีเทา หมายเลขทะเบียน กท 191 กทม. ขับขี่มาจากทางด้านแยกบางเขน ใช้ช่องทางคู่ขนานมาตลอดเพื่อ มุ่งหน้าจะไปแยกลาดพร้าว จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ส.ต.ท.ธีรพงษ์ฯ จึงได้สัญญาณมือให้หยุดรถ เนื่องด้วยผู้ขับขี่ได้ ขับขี่ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนทาง ซึ่งเป็นการขับขี่ในลักษณะเปลี่ยนช่องทางกะทันหันเดินรถโดยฝ่าฝืนเส้นทึบบนทาง เมื่อผู้ขับขี่ได้หยุดรถ จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตใบขับขี่ ผู้ขับขี่ได้แจ้งว่า มิได้พกติดตัวมา และได้ยืนบัตรประชาชนให้ จึงทราบว่า ผู้ขับขี่ชื่อ น.ส.ปณิตา ธรรมวัฒนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาให้ทราบว่า ผู้ขับขี่ มีความผิดในข้างต้น

ขณะที่กำลังบันทึกข้อมูลในใบสั่งนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินตรวจสอบรอบตัวรถก็ยังไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยี่ห้ออะไร จึงได้สอบถาม ผู้ขับขี่ แต่เจ้าหน้าที่สะกดไม่ถูกจึงได้เดินไปดูข้อมูลดังกล่าวที่ แผ่นป้ายวงกลมการชำระภาษีประจำปี ปรากฏว่า รถคันดังกล่าวยังไม่ได้ชำระภาษีประจำปี จึงได้เพิ่มข้อหา “นำรถยนต์ที่ยังไม่ได้ชำระภาษีมาใช้ในทาง” อีกหนึ่งข้อหา ลงในใบสั่ง เมื่อเขียนเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งใบสั่งดังกล่าวให้กับ ผู้ขับขี่ไป

หลังจากนั้น ผู้ขับขี่จึงได้ขับออกไปจากที่เกิดเหตุ ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับ ได้ทำการบันทึกข้อมูลลงใน ระบบ PTM ปรากฏว่า ในระบบแจ้งว่า รถคันดังกล่าวหมายเลขทะเบียน กท 191 กทม. เป็นรถยี่ห้อ 740Le xDrive pure excellence สี เทา ประกอบกับได้ทำการตรวจสอบข้อมูลกับระบบ polis อีกครั้งได้ข้อมูลยืนยันตรงกัน จึงน่าเชื่อว่า ผู้ขับขี่ได้นำรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ทางโดยไม่ได้รับอนุญาต อนึ่ง ในขณะที่เจ้าที่หน้ากำลังปฏิบัติหน้าที่และในระหว่างสนทนากับผู้ขับขี่นั้น มิได้มีการเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://www.amarintv.com