ตำรวจภูธรสงขลา แถลงข่าวจับกุมคนร้าย ฆ่าเผานั่งยางนักธุรกิจคาป่าพรุ 

ข่าวทั่วไป

ตำรวจภูธรสงขลา แถลงข่าวจับกุมคนร้าย ฆ่าเผานั่งยางนักธุรกิจคาป่าพรุ

หลังจากเมื่อ 1 มิถุนายนที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ได้เกิดเหตุสลด..พบศพสาวนักธุรกิจขายและขายประกัน ถูกเผานั่งยางเหลือแต่เศษเถ้ากระดูกหลังหายออกจากบ้าน 10 วัน  โดยเบื้องต้น ร.ต.อ.เฉลิมชัย เต็มพร้อม รอง สวส. สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่สภ.คอหงส์รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพในสภาพถูกเผาสภาพเหลือแต่เศษโครงกระดูก บริเวณป่าพรุห่างถนนเลียบคลองร.5 ประมาณ 10 เมตร พื้นที่ท่านางหอม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ภิญญดา แป้นจันทร์ อายุ 48 ปี ซึ่งจากการลงพื้นที่พบเศษยางรถ โครงกระดูก แหวนเพชรในเศษเถ้าถ่าน ฟันปลอม โดยเจ้าหน้าที่สันนิษฐานผุู้ก่อเหตุพยายามทำลายหลักฐานโดยการนำเศษกระดูกมาทุบให้ละเอียดก่อนกวาดเข้าพงหญ้า เจ้าหน้าได้ทำการเก็บหลักฐานทั้งพยานวัตถุและบุคคล คาดว่าน่าจะเป็นอดีตสามีที่หายตัวไปพร้อมรถหรู 1 คัน

 

ล่าสุดวันนี้(04 มิ.ย.61) เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผบก.ภจว.สงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวจับกุมคนร้ายก่อเหตุ ฆ่าเผา นางภิญญดา แป้นจันทร์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 01/6/61 สถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 418/7 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ณ สภ.เมืองสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา

โดยมีใจความว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการทำงานกันอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การสืบทราบเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากมีพลเมืองดีแจ้งทางเจ้าหน้าที่สภ.คอหงส์ว่ามีร่องรอยของการเผา ที่คาดว่าจะเป็นการเผาศพ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ และตั้งข้อสงสัย เนื่องจากครอบครัวผู้เสียชีวิตได้มีการแจ้งความคนหายไว้ที่สภ.เมืองสงขลา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการประสานงานกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบต่างหู แหวน และฟันปลอมของผู้เสียชีวิตตกอยู่ใต้กองเถ้าถ่าน ซึ่งตรงกับลักษณะ น.ส.ภิญญดา แป้นจันทร์ อายุ 48 ปี ที่ครอบครัวได้แจ้งความสูญหายไว้ 

ส่วนนายกฤษฎา หรือโจน์ ไหมขาว อายุ 49 ปี อดีตสามีที่ตกเป็นผู้ต้องหาของคดีนี้ และยังถูกศาลจ.สงขลา ออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่น เห็นว่าไม่สามารถหนีกบดานได้แล้วจึงได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังให้การปฏิเสธ ซึ่งทางพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่าถึงจะให้การปฏิเสธแต่ก็ไม่สร้างความเสียหายต่อรูปคดี เนื่องจากมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และยังมีพยานว่าผู้ต้องสงสัยอยู่ในวันเวลาดังกล่าวขณะเกิดเหตุ และได้ขับรถเก๋งของผู้ตายออกไป พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหา กล่าวหาให้ทราบจำนวน 4 ข้อกล่าวหา และจะมีการสืบสวนต่อไปว่ามีผู้ใดมีส่วนร่วมในการก่อเหตุครั้งนี้อีกหรือไม่ และจะทราบความคืบหน้าในเร็ว ๆ นี้

 

ภาพและข้อมูลจาก ตำรวจภูธรภาค 9