เตรียมตัวให้พร้อมมาแล้ว! ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เริ่มเก็บ 1 ม.ค. 63 นี้!!

ข่าวทั่วไป ข่าวประชาสัมพันธ์
Spread the love

เตรียมตัวให้พร้อมมาแล้ว! ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เริ่มเก็บวันที่ 1 ม.ค. 2563 นี้!!

วันนี้(10/12/62) หาดใหญ่โฟกัส มีข่าวมาประชาสัมพันธ์บอกต่อ เนื่องด้วย 1ม.ค. 63 เริ่มเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เกษตรกรรายย่อยหรือเจ้าของบ้านพร้อมที่ดินหลังแรกที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี 1 มกราคม 2563 ภาครัฐได้แก่ สำนักงานเขตของ กทม. เมืองพัทยา, เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ฯลฯ จะทำหน้าที่เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 แทนกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และภาษีบำรุงท้องที่พ.ศ.2508 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

ใครบ้างต้องเสียภาษี?  ผู้ที่มีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นเจ้าของ มีชื่อในทะเบียนบ้าน ที่มีราคาประเมินเกิน 50ล้านบาท เป็นเจ้าของแต่ไม่มีชื่อตามทะเบียนบ้าน (บ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป) ทำธุรกิจ เชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม

นิติบุคคลที่ทำเกษตร  ผู้ที่ปล่อยที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์ กฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ แบ่งประเภทที่ดินที่ต้องเสียภาษีไว้ 4 รายการ คือ  ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ทำการเกษตร ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย  ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากข้อ 1., 2. เช่น ใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือด้านอุตสาหกรรม ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์

อัตราภาษีใหม่จะเริ่มใช้ 1 มกราคม 63ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 63 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีตามที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้มาชำระภาษีในเดือนเมษายน แต่เนื่องจากการเริ่มต้นดำเนินการใน 2 ปีแรกอาจจะกระทบต่อการปรับตัวหรือภาระการชำระภาษีของผู้ที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์นี้ จึงมีการกำหนดบทเฉพาะกาลในการจัดเก็บภาษีช่วง 2 ปีแรก พ.ศ.(2563-2564)ในอัตรา ดังนี้

ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรม กรณีเป็นนิติบุคคลหากมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 75 ล้านบาทเก็บภาษี 0.01 เปอร์เซ็นต์, เกิน 75-100 ล้านบาท จัดเก็บ 0.03 เปอร์เซ็นต์, เกิน 100-500 ล้านบาท เก็บ 0.05 เปอร์เซ็นต์, เกิน 500-1,000 ล้านบาท เก็บ 0.07 เปอร์เซ็นต์ เกิน 1,000 ล้านบาท เก็บ 0.1 เปอร์เซ็นต์ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัยมีชื่อในทะเบียนบ้าน ถ้าไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่เก็บภาษีถ้าเกิน 50 ล้านบาท ** แต่ ** ไม่เกิน 75ล้านบาท(ให้นำราคาที่ได้รับยกเว้นจำนวน 50 ล้านบาท มาหักออกจะเหลือส่วนต่างที่ต้องนำมาคำนวณภาษี จำนวนไม่เกิน 25 ล้านบาท)

จัดเก็บในอัตรา 0.03 เปอร์เซ็นต์ หากเกินจากที่ได้รับยกเว้น 50 ล้านบาทแรก (เกินมาจำนวน 25-50 ล้านบาท หลังหักส่วนต่างออกแล้ว 50 ล้านบาท เท่ากับราคาจริง 75-100 ล้านบาท)เก็บ ภาษีในอัตรา 0.05 เปอร์เซ็นต์และหากราคาประเมิณ เกิน 100 ล้านบาท หัก ส่วนที่ได้รับยกเว้นออกแล้ว 50 ล้านบาท เหลืออยู่เท่าใด ให้นำราคาส่วนที่เกินมาคำนวณในอัตรา 0.1 เปอร์เซ็นต์

 สิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ผู้เช่าที่สร้างบ้านบนที่ดินของคนอื่น )ถ้าสิ่งปลูกสร้างไม่เกิน 10 ล้านบาท ไม่เสียภาษี ถ้าเกินจาก 10 ล้านบาทขึ้นไป** แต่** ไม่เกิน 40 ล้านบาท (หมายถึงราคาประเมิณไม่เกิน50 ล้านบาท หักส่วนที่ยกเว้นให้ 10 ล้านบาท คงเหลือส่วนต่างไม่เกิน 40 ล้านบาท)เก็บภาษี 0.02 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิน 40-65 ล้านบาท (เป็นส่วนต่างหลังหักออกจาก 10 ล้านที่ยกเว้น เท่ากับว่า ราคาเต็มคือ 50-75 ล้านบาท)เก็บ 0.03 เปอร์เซ็นต์ หรือเกิน 65-90 ล้านบาท (เป็นจำนวนที่หักออก แล้ว10 ล้านบาท เท่ากับราคาเต็มเดิมคือ75-100 ล้านบาท)เก็บ 0.05 เปอร์เซ็นต์และเกิน 90 ล้านบาทขึ้นไป (หมายถึงราคาเดิม 100 ล้านบาทขึ้นไป)เก็บ 0.1 เปอร์เซ็นต์

 ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย กรณีอื่นนอกจากอยู่อาศัยตามข้อ 2. และ 3.เป็นบ้านหลังที่ 2 (ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน)มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท เก็บ 0.02 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิน 50-75 ล้านบาท เก็บ 0.03 เปอร์เซ็นต์หรือเกิน 75-100 ล้านบาท เก็บ 0.05 เปอร์เซ็นต์ และเกิน 100 ล้านบาท จัดเก็บ 0.1 เปอร์เซ็นต์  ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากเกษตรกรรมและอยู่อาศัย คือการใช้เพื่อเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม อื่นๆ ไม่เกิน 50 ล้านบาท เก็บ 0.3 เปอร์เซ็นต์ เกิน 50-200 ล้านบาท เก็บ 0.4 เปอร์เซ็นต์ เกิน 200-1,000 ล้านบาท เก็บ 0.5 เปอร์เซ็นต์ เกิน 1,000-5,000 ล้านบาท เก็บ 0.6 เปอร์เซ็นตหรือ เกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป เก็บ 0.7 เปอร์เซ็นต์

 ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งรกร้างว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ เก็บภาษี 0.3-0.7เปอร์เซ็นต์ ของราคาประเมิน ใน2 ปีแรก ถ้าปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า/ยังไม่ใช้ประโยชน์จากที่ดินติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี จะคิดเพิ่มขึ้นอีกจากอัตราที่เก็บจริง 0.3 เปอร์เซ็นต์ และคิดเพิ่มทุกทุก 3 ปี ต่อเนื่อง แต่ไม่เกิน 3% จนกว่าจะมีการใช้ประโยชน์จากที่ดิน หากมีการใช้ประโยชน์ก็จะปรับเป็นอัตราใหม่ตามประเภทการใช้ที่ดิน เพื่อบรรเทาภาระภาษี ตามอัตราข้างต้นใน3 ปีแรก จึงมีหลักเกณฑ์ ช่วยเหลือเบื้องต้นดังนี้ หากคำนวณอัตราภาษีที่กำหนดไว้ ว่าต้องจ่ายในปี 2563-2565 แล้วพบว่าสูงกว่าเดิมที่เคยเสีย(ในภาษีโรงเรือนและที่ดินเดิม หรือภาษีบำรุงท้องที่ในช่วงก่อนหน้านี้) ได้กำหนดให้ 3 ปีแรกให้จ่ายเพิ่มจากเดิมเพียง ร้อยละ 25 ในปีที่1 ร้อยละ 50 ในปีที่ 2 ร้อยละ 75 ในปีที่ 3

ตัวอย่างนาย ก. เคยเสียภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่ปีละ 100 บาท แต่เมื่อใช้ฐานคำนวณภาษีตามอัตราใหม่ในปี 2563 พบว่าต้องเสียภาษีตามอัตราใหม่จำนวนเงิน 200 บาทให้นำส่วนต่างคือ100 บาทมาคำนวณ

ดังนั้น นาย ก. จะจ่ายภาษีในปี 63 จำนวน125 บาท ยกเว้นการจัดเก็บภาษีสำหรับเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างบุคคลธรรมดาที่ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรม ใน 3 ปีแรก ไม่ต้องเสียภาษี ราคาประเมินที่ใช้เป็นฐานภาษีถูกกำหนดโดยกรมธนารักษ์ ซึ่งราคาประเมินในปัจจุบันกำหนดใช้ถึงสิ้นปี 2563 และจะอัพเดททุกๆ 4 ปี ดังนั้นในปี 2564 – 2567 จะใช้ตามราคาประเมินใหม่ ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดต่อและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สวท.สงขลา กรมประชาสัมพันธ์

ขอบคุณภาพข่าว : สวท.สงขลา กรมประชาสัมพันธ์ และโฟกัสหาดใหญ่