ที่สะเดาจับกุมผู้ต้องหา 2 รายขนใบกระท่อมสด 600 กิโล

ข่าวทั่วไป

ปลัดอำเภอสะเดา/ตชด.437 และทหาร จับผู้ต้องหาขนใบกระท่อมสด 2 ราย ได้ผู้ต้องหา 3 คน ยึดรถยนต์ 2 คัน ใบพืชกระท่อมสดกว่า 600 กิโลกรัม

จึงได้ควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหา พร้อมใบพืชกระท่อม จำนวน 550 กิโลกรัม และรถยนต์เก๋ง ไปบันทึกการจับกุมที่ กองร้อยอาสารักษาดินแดน ที่ 3 สะเดา พร้อมตั้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 5 (ใบพืชกระท่อมสด) ไว้ในครอบครอง และเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และควบคุมตัว พร้อมของกลางใบพืชกระท่อมสด และรถยนต์เก๋ง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะเดา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

 

 

 

รายที่ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา ทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ร่วม ตชด.437 นำโดย  ร.ต.ท.ประวิง มั่นคง หน.ชฝต.4304/3 ศุลกากรสะเดา และตรวจคนเข้าเมือง ด่านพรมแดนสะเดา รวบ นายนิคม สมบูรณ์ อายุ 36 ปี อยู่ที่ 60 ม. 6  ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ขณะขับรถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อ อีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บน 7107 ชุมพร ขับเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย มีท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้จอดรถ พร้อมกับขอทำการตรวจค้นพบ ใบกระท่อมสดห่อเป็นมัดด้วยพลาสติกจำนวนหนึ่งซ่อนอยู่ในช่องลำโพง ภายในห้องโดยสารทั้ง 2 ข้าง และเจ้าหน้าที่ได้นำรถเข้าตรวจด้วยเครื่องสแกน เอกซเรย์ สังเกตเห็นที่ถังน้ำมันใต้ท้องรถ มีลักษณะผิดปกติ จึงได้ทำการถอดออก พบเป็นถังน้ำมันซึ่งไม่ได้บรรจุน้ำมัน แต่ดัดแปลงตัดเป็นช่อง ไว้ซุกซ่อนใบกระท่อมสด รวมน้ำหนัก 60 กิโลกรัม

จากการสอบสวน นายนิคมฯ รับสารภาพว่า รับจ้างขนใบพืชกระท่อมสดจากประเทศมาเลเซีย นำใบกระท่อมสดไปส่งที่จุดนัดหมายบริเวณ บ้านปริก บ้านหัวถนน ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 2,000 บาท โดยรถยนต์กระบะเป็นของนายทุนคนหนึ่งใน ตลาดปาดังเบซาร์ ส่วนสาเหตุที่ต้องมารับจ้างขนใบกระท่อมสด นายนิคมฯ บอกว่าตนเองมีอาชีพรับจ้างกรีดยางพาราในประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ใกล้ๆพรมแดนไทย-มาเลเซีย มีรายได้อาทิตย์ละ 3,000 – 4,000 บาท แต่ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ซึ่งมีภาระต้องเลี้ยงลูกถึง 3 คน ซึ่งอยู่ในวัยกำลังเรียน และก่อนหน้านี้ตนเองเพิ่งพ้นคดียาเสพติดมาได้ไม่นาน แต่ที่ตัดสินใจขนใบกระท่อมสด เพราะเห็นว่ามีโทษไม่หนัก และมีคนคอยเคลียร์ หรือจ่ายค่าปรับให้ โดยลักลอบขนใบกระท่อมสดมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง

เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายนิคมฯ พร้อมด้วยของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะเดา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้สืบสวนติดตามหาผู้ร่วมขบวนการ หรือนายทุนที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว อนุกูล บุญมี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สํานักข่าวทีนิวส์ จ.สงขลา