ศาลสั่งจำคุก ยิ่งยง ยอดบัวงาม และพวก 20 ปี ไม่รอลงอาญา คดีฉ้อโกง

ข่าวทั่วไป
Spread the love

ศาลพิพากษาโทษจำคุก  “ยิ่งยง ยอดบัวงาม” และพวก คนละ 20 ปี คดีทำธุรกิจฉ้อโกงประชาชน ไม่รอลงอาญา

วันนี้ (31 มกราคม 2561) สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้พิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก ยิ่งยง ยอดบัวงาม นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง และพวก คนละ 20 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคดีทำธุรกิจฉ้อโกงประชาชน ในชื่อบริษัท แทนคุณแผ่นดินสยาม จำกัด จากโทษเดิม 33 ปี

จากกรณีดังกล่าว สำนักข่าวอิศรา จึงได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท แทนคุณแผ่นดินสยาม จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 22/19 ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าเกษตร และขายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายปริญญา นิลรัตนคุณ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ นางมลฑาทิพย์ บัวงาม เป็นกรรมการ

ยิ่งยง ยอดบัวงาม

ส่วนรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 นายชนะ รัตนภักดี ถือหุ้นใหญ่ 40% นายปริญญา นิลรัตนคุณ 30% นางสาวพิมพ์ภัทรา นาแล 15% นายยิ่งยง บัวงาม 10% และนางมลฑาทิพย์ บัวงาม 5% นำส่งข้อมูลงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจล่าสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 แจ้งว่ามีรายได้จากการ 60,683,140 บาท รายได้จากการบริการ 1,085,652.35 บาท รวมรายได้ 61,768,792.49 บาท

รายจ่าย มีต้นทุนสินค้าที่ขาย 17,943,943.65 บาท ค่าใช้จ่ายในการขาย 41,673,251.66 บาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 16,683,753.69 บาท รวมรายจ่าย 76,300,949 บาท ขาดทุน 14,532,156.51 บาท

โดยสถานะล่าสุด จดทะเบียนเลิกบริษัท ซึ่งนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้แล้ว เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 และขณะนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี แต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า ขณะนี้ยิ่งยง ถูกนำตัวเข้าฝากขัง และรอการยื่นเรื่องขอประกันตัว
และล่าสุด มีรายงานเพิ่มเติมว่า เพจเฟซบุ๊ก ต้องแฉ ได้เปิดเผยข้อมูลจากผู้เสียหายถึงกรณีนี้ด้วยว่า หลังจากที่บริษัทแทนคุณแผ่นดินสยาม เปิดตัวทำธุรกิจขายตรงปุ๋ย ตนกับเพื่อนก็มีความสนใจและเอาเงินไปร่วมลงทุนด้วย ซึ่งบางคนลงทุนด้วยเป็นหลักล้านบาท (รวมทั้งสิ้นหลัก 10 ล้านบาท)
แต่ช่วงหลังไปติดต่อขอเงินตอบแทนคืน บริษัทแจ้งว่าไม่มีให้ ขาดทุน พร้อมระบุว่า ถ้าอยากได้เงินคืนก็ไปฟ้องเอา พวกตนจึงตัดสินใจไปฟ้องคดี โดยยิ่งยง ให้การกับศาลว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรบริษัท เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์เท่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เวลายิ่งยงไปแสดงคอนเสิร์ตที่ไหนก็บอกกับใคร ๆ ว่าเป็นเจ้าของ และก็มีสัดส่วนการถือครองหุ้นด้วย ซึ่งศาลไม่เชื่อ ศาลจึงตัดสินคดีว่ามีความผิด
โดยผู้เสียหายได้บอกเอาไว้ด้วยว่า ตอนแรกคนที่ฟ้องร้องไปมีจำนวน 13 คน แต่มี 3 คน ที่ศาลเห็นว่ามีความผิด ส่วนที่เหลือ ไม่ถูกตัดสิน แต่ฝ่ายตนก็คิดว่าอาจจะยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ต่อ เพิ่มจำนวนจำเลยที่หลุดคดีไปอีก 2-3 คน เพราะเห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย