ภารกิจ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน 5 – 6 ตุลาคม ในพื้นที่สงขลา

Spread the love

ภารกิจ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน 5 – 6 ตุลาคม ในพื้นที่สงขลา

วันนี้ (6 ต.ค. 62) ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ลงพื้นที่เยี่ยมชมป้อมหมายเลข 8 ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นป้อมที่ก่อด้วยหินชั้นสีแดงสอปูน มีการวางหินโดยใช้ด้านกว้างวางทับกันช่วยให้ตัวป้อมมีความมั่นคงและแข็งแรง แสดงให้เห็นว่าเมืองสงขลาหัวเขาแดงเป็นเมืองที่มีป้อมปราการ ประตู หอรบ ที่มั่นคงแข็งแรงมาก บ่งบอกว่าจะต้องเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการปกครองและด้านการทหาร ซึ่งป้อมหมายเลข 8 มีลักษณะผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 12 เมตร ยาว 18เมตร สูง 1.80 เมตร มีใบบังทั้งสี่ด้าน ตั้งอยู่บนปลายสุดของเขาค่ายม่วงทางมุมเมืองด้านทิศตะวันออกถึงทิศเหนือและกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2535

จากนั้นเดินเท้าขึ้นเจดีย์องค์ขาวองค์ดำ เพื่อศึกษาข้อมูลโบราณสถาน พร้อมรับฟังการบรรยายจากวิทยากรกรมศิลปกร ซึ่งเจดีย์องค์ขาวองค์ดำถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในการรักษาขอบขัณฑสีมากรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นในเขตหัวเมืองชายแดนภาคใต้ เรียกกันว่า “เจดีย์สองพี่น้อง” องค์แรกเป็นเจดีย์องค์พี่ ลักษณะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ก่อด้วยหินฉาบปูน ยอดปรักหักพัง มีสีดำ คนทั่วไปเรียกว่า “เจดีย์องค์ดำ” สร้างเมื่อ พ.ศ.2375 โดยเจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ส่วนเจดีย์องค์ที่สอง เป็นเจดีย์องค์น้องก่อด้วยอิฐฉาบปูนมีสีขาว เรียกกันว่า “เจดีย์องค์ขาว” สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ.2382-2484 โดยพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (ทัด บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยามหาพิชัยญาติ ผู้เป็นน้องร่วมมารดากับเจ้าพระยาพระคลังฯปัจจุบันองค์เจดีย์ทั้งสองได้รับการขุดแต่งบูรณะจากหน่วยศิลปากรที่ 9 สงขลา กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.2525 และยังเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสงขลา อีกด้วย

วันนี้ (5 ต.ค. 62) ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เดินทางเข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นศาลเจ้าแห่งแรกในอำเภอเมืองสงขลา ลักษณะเป็นอาคารแบบจีน สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองสงขลา ในสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) เมื่อครั้งเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา ภายในศาลเป็นที่ประดิษฐานศาลหลักเมือง ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯพระราชทานไม้ชัยพฤกษ์หลักชัยต้นหนึ่งและเทียนเล่มหนึ่งพร้อมเครื่องไทยทานต่างๆ ให้พระยาวิเชียรคีรี จัดการฝังหลักชัยเมืองสงขลาเพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งเมือง

จากนั้นท่านผู้หญิงสิริกิติยา เดินทางไปยังวัดคูเต่า อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เยี่ยมชมมรดกทางวัฒนธรรม Asia heritage โดย UNESCO พร้อมรับฟังการบรรยายประวัติ ความเป็นมาและความน่าสนใจ จากวิทยากรกรมศิลปากรและอาศรมศิลป์ ซึ่งวัดคูเต่า เดิมชื่อวัดสระเต่า เป็นวัดโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งริมคลองอู่ตะเภา ในเขตตำบลแม่ทอม อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลาก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2299 สมัยอยุธยา ภายในวัดมีงานศิลปกรรมที่แสดงฝีมือของช่างท้องถิ่นภาคใต้ทั้งด้านสถาปัตยกรรม และประติมากรรมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประติมากรรมปูนปั้นที่มีอยู่มากมายและยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่ของโบราณสถานไว้หลายจุดด้วยกัน ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆังและศาลาท่าน้ำ ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี จึงทำให้ “ศาลา 100 ปี วัดคูเต่า” ได้รับ “รางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปี 2011” จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)โอกาสเดียวกันนี้ได้เดินทางเข้าชมวัดฉื่อฉางหรือมีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า “ฉื่อเสี่ยงหยี่” ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนศุภสารรังสรรค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นวัดในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน โดยในอดีตวัดแห่งนี้เป็นเพียงศาลเจ้าเล็กๆ หรือที่เรียกว่า “ศาลเจ้าหลื่อโจ้ว” เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2479 โดยชาวจีนที่เข้ามาทำการค้าขายในเมืองหาดใหญ่ ต่อมาปี พ.ศ. 2480 ได้มีการมอบถวายศาลเจ้าแห่งนี้ให้กับพระภิกษุจีนที่เดินทางจาริกมาจากประเทศจีน เพื่อยกฐานะจากศาลเจ้าให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน (วัดจีน) จากนั้นปี พ.ศ.2491 ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดจีนแห่งนี้ขึ้นใหม่และได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์จีน

ต่อมาปี พ.ศ.2531 อำเภอหาดใหญ่ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ส่งผลให้วัดฉื่อฉางได้รับความเสียหายอย่างมากและไม่สามารถซ่อมแซมได้ จึงได้มีมติรื้อวิหารหลังเก่าในปี พ.ศ.2534 เพื่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น โดยมีการวางศิลาฤกษ์เพื่อสร้างอุโบสถในปี พ.ศ.2539 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น เป็นการออกแบบด้วยศิลปะไทย จีนและธิเบต ซึ่งภายในวัดฉื่อฉางมีทั้งพระพุทธรูปห้ามญาติและองค์เทพที่สำคัญ เช่น องค์เจ้าแม่กวนอิมพันกร องค์เทพเจ้ากวนอู องค์ไต่เสี่ยฮุกโจ้ว ซึ่งนับว่าวัดฉื่อฉางได้มีการบูรณะออกแบบ ตกแต่งทั้งภายนอกและภายในได้อย่างวิจิตรสวยงาม

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *